
กรมอุทยานฯ เดินหน้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำชายหาดภูเก็ตตามคำสั่งศาล
กรมอุทยานแห่งชาติ เดินหน้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำชายหาดภูเก็ตตามคำสั่งศาลเพื่อคืนพื้นที่สาธารณะและรักษาสภาพแวดล้อมอย่างเข้มงวด
Key Points
- 1กรมอุทยานฯ และกรมป่าไม้รับผิดชอบดูแลพื้นที่ชายหาดที่ถูกบุกรุกในภูเก็ต
- 2เจ้าของโรงแรมได้รับคำสั่งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างภายใน 1 เดือนตามคำสั่งศาล
- 3ผู้ซื้อที่ดินในพื้นที่บุกรุกต้องยอมรับสถานะทางกฎหมายหรืออาจถูกดำเนินคดี
- 4เจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมทางกฎหมายและได้รับการสนับสนุนเต็มที่จากผู้บริหารกรม
- 5พื้นที่ 13 ไร่ ตำบลสาคู และ 12 ไร่ ตำบลเชิงทะเล อยู่ระหว่างการดำเนินการรื้อถอนตามคำสั่งศาล
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สุชาติ ชมกลิ่น ยืนยันเดินหน้าบังคับใช้คำสั่งศาลเพื่อคืนพื้นที่สาธารณะชายหาดภูเก็ตที่ถูกบุกรุก พร้อมสั่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่อยู่นอกกฎหมายโดยเด็ดขาด
กรณีการบุกรุกชายหาดแบ่งเป็นสองส่วนหลัก ได้แก่ พื้นที่ที่อยู่ภายใต้การดูแลของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (DNP) และพื้นที่ป่าชายหาดที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ ซึ่งกรมอุทยานฯ ได้ออกหมายแจ้งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของโรงแรมขนาดใหญ่ 2 แห่งที่มีข้อพิพาททางกฎหมายยาวนานกว่า 10 ปี
เจ้าของโรงแรมได้รับแจ้งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างภายใน 1 เดือน หากไม่ดำเนินการ กรมอุทยานฯ จะดำเนินการรื้อถอนตามอำนาจกฎหมาย นายสุชาติ กล่าวว่า “เจ้าหน้าที่ได้เตรียมความพร้อมทางกฎหมายในทุกกรณี โดยได้รับการสนับสนุนจากผู้อำนวยการกรมทั้งสองหน่วยงาน” เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่น
สำหรับผู้ที่ซื้อที่ดินในพื้นที่ดังกล่าว อาจมีบางรายที่ไม่ทราบว่าที่ดินนั้นถูกบุกรุกผิดกฎหมายและจำเป็นต้องยอมรับสถานะทางกฎหมาย ส่วนผู้ที่ทราบและยังซื้อที่ดินนั้นจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
กรมอุทยานฯ ร่วมกับสำนักงานพัฒนาที่ดินและสำนักงานบังคับคดีในภูเก็ตได้ดำเนินการตามคำสั่งศาลในพื้นที่ 13 ไร่ ตำบลสาคู ที่ศาลฎีกาสั่งให้เพิกถอนเอกสารสิทธิและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง 39 หลังคาเรือน และพื้นที่อีก 12 ไร่ในตำบลเชิงทะเล เพื่อฟื้นฟูชายหาดให้กลับสู่สภาพเดิม
ในฐานะผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตอย่าง OG Lab บนเกาะสมุย เน้นย้ำความสำคัญของการปฏิบัติตามกฎหมายและการรักษาความสมดุลของทรัพยากรธรรมชาติเพื่อความยั่งยืนของธุรกิจและชุมชน


