
มาตรการภาษีและผลกระทบต่อธุรกิจกัญชาในสหรัฐฯ ที่ผู้ประกอบการไทยควรทราบ
ธุรกิจกัญชาในสหรัฐฯ เผชิญภาระภาษีสูงถึง 70% จากกฎหมายภาษี 280E ที่ผู้ประกอบการไทยควรติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อปฏิบัติตามกฎระเบียบและเตรียมความพร้อมทางธุรกิจ
Key Points
- 1มาตรา 280E ของรหัสภาษีสหรัฐฯ ไม่อนุญาตให้ธุรกิจกัญชาหักค่าใช้จ่ายทางธุรกิจทั่วไป
- 2ธุรกิจกัญชาถูกกฎหมายต้องจ่ายภาษีเกินจริงถึง 2.24 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025
- 3การปรับสถานะกัญชาเป็น Schedule III อาจช่วยลดภาระภาษี แต่ยังไม่มีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน
- 4ธุรกิจกัญชาผิดกฎหมายไม่ต้องเสียภาษี จึงแข่งขันได้ในด้านราคา
- 5ผู้ประกอบการไทยควรติดตามกฎหมายและภาษีต่างประเทศเพื่อเตรียมความพร้อมและปฏิบัติตามกฎระเบียบ
หลังจากที่ธุรกิจกัญชาถูกกฎหมายในหลายรัฐของสหรัฐฯ กลับต้องเผชิญภาระภาษีที่สูงถึง 70% จากกฎหมายภาษีของรัฐบาลกลาง ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องจ่ายภาษีเกินจริงจำนวนมากในปี 2025 โดยยอดรวมสูงถึง 2.24 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นผลจากข้อจำกัดตามมาตรา 280E ของรหัสภาษีสหรัฐฯ ที่ไม่อนุญาตให้หักค่าใช้จ่ายทางธุรกิจทั่วไป เช่น ค่าจ้างแรงงาน ค่าการตลาด หรือค่าธรรมเนียมทางกฎหมาย
มาตรา 280E ถูกตั้งขึ้นในยุค 1980 เพื่อควบคุมการค้ายาเสพติดผิดกฎหมาย แต่ปัจจุบันกลับถูกบังคับใช้กับธุรกิจกัญชาที่ถูกกฎหมายและมีใบอนุญาตในแต่ละรัฐ ส่งผลให้ธุรกิจที่ถูกกฎหมายต้องแบกรับภาระภาษีสูง ขณะที่ตลาดผิดกฎหมายสามารถดำเนินกิจการโดยไม่ต้องเสียภาษีเหล่านี้ ส่งผลให้ธุรกิจกัญชาถูกกฎหมายเสียเปรียบการแข่งขันอย่างมาก
แม้ว่าสหรัฐฯ จะมีการพิจารณาการปรับสถานะกัญชาเป็นสารในกลุ่ม Schedule III ซึ่งอาจช่วยให้ธุรกิจสามารถหักค่าใช้จ่ายตามปกติได้ แต่ยังไม่มีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนจากกรมสรรพากรสหรัฐฯ จึงยังไม่มีความแน่นอนว่ากฎหมาย 280E จะถูกยกเลิกหรือไม่ และหนี้ภาษีในอดียังคงมีผลบังคับใช้
สำหรับผู้ประกอบการไทยที่สนใจธุรกิจกัญชา การติดตามสถานการณ์กฎหมายและภาษีในต่างประเทศเป็นเรื่องสำคัญเพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินธุรกิจตามกฎหมายและลดความเสี่ยงทางภาษี OG Lab ในฐานะฟาร์มและร้านจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตบนเกาะสมุย เน้นการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบอย่างเคร่งครัดเพื่อสร้างความมั่นคงในธุรกิจ


