
นักวิจัยพบ 3 รูปแบบการสูบกัญชาในกลุ่มผู้ใช้จริงทั่วสหรัฐฯ
นักวิจัยพบว่าผู้ใช้กัญชามี 3 รูปแบบการสูบหลัก ที่ส่งผลต่อปริมาณควันที่ได้รับและการวิเคราะห์สารในควันกัญชาอย่างแม่นยำมากขึ้น
Key Points
- 1พบ 3 รูปแบบการสูบกัญชา: รุนแรง, ช้า, และสองครั้งต่อเนื่อง
- 2การสูบแบบช้าดึงควันได้มากกว่าการสูบแบบรุนแรง
- 3มาตรฐานการวัดควันกัญชาที่ใช้จากการสูบบุหรี่อาจไม่เหมาะสมกับกัญชา
- 4พฤติกรรมการสูบมีผลต่อสารเคมีที่เกิดขึ้นในควันกัญชา
- 5OG Lab สนับสนุนการวิจัยเพื่อความปลอดภัยและมาตรฐานในชุมชน
ในงานวิจัยล่าสุดจาก Network of Applied Pharmacognosy พบว่าผู้ใช้กัญชามีรูปแบบการสูบที่แตกต่างกันออกเป็น 3 แบบหลัก ได้แก่ การสูบแบบรุนแรง (Intense Puffer) การสูบแบบช้าและนุ่มนวล (Slow Puffer) และการสูบแบบสองครั้งต่อเนื่อง (Double Puffer) โดยแต่ละรูปแบบมีลักษณะการดึงควันที่ต่างกันอย่างชัดเจน
ผู้เข้าร่วมการศึกษาจำนวน 62 คนจากงานสังสรรค์ใน 5 รัฐของสหรัฐฯ ได้รับมอบหมายให้สูบกัญชาที่มีปริมาณ 1 กรัมในแบบที่ตนเองคุ้นเคย ผลการวิเคราะห์พบว่ากลุ่มที่สูบแบบรุนแรงมีสัดส่วนมากที่สุดถึง 57% ซึ่งจะดึงควันอย่างรวดเร็วและจบภายในไม่กี่วินาที ส่วนกลุ่มสูบแบบช้ามีสัดส่วนน้อยสุดที่ 20% และกลุ่มสูบแบบสองครั้งต่อเนื่องอยู่ที่ 23%
น่าสนใจว่า การสูบแบบช้านั้นแม้จะมีแรงดึงน้อยแต่กลับดึงควันโดยรวมได้มากกว่าการสูบแบบรุนแรง เนื่องจากใช้เวลานานในการดึงควันต่อครั้ง ซึ่งผลนี้สะท้อนถึงความแตกต่างในการบริโภคกัญชาที่ไม่เหมือนกับการสูบบุหรี่ทั่วไปที่เครื่องมือวิจัยมักใช้มาตรฐานจากการสูบบุหรี่
นักวิจัยชี้ว่าสิ่งที่ค้นพบนี้อาจช่วยให้การศึกษาเกี่ยวกับสารเคมีในควันที่เกิดจากกัญชามีความแม่นยำมากขึ้น เพราะการใช้มาตรฐานการสูบบุหรี่ทั่วไปอาจไม่สะท้อนพฤติกรรมการสูบกัญชาจริงของผู้บริโภค ซึ่งส่งผลต่อการวิเคราะห์สารแคนนาบินอยด์และสารอื่น ๆ ในควันกัญชา
Riley Kirk ผู้ร่วมเขียนงานวิจัยกล่าวว่า "พฤติกรรมการสูบที่แตกต่างกันเหล่านี้อาจส่งผลต่ออุณหภูมิของถ่านกัญชาและสารเคมีที่เกิดขึ้น ซึ่งต้องรอผลการวิเคราะห์จากการทดลองในขั้นต่อไป" ขณะที่ OG Lab ในฐานะฟาร์มและร้านจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตบนเกาะสมุย ก็ให้ความสำคัญกับการวิจัยเพื่อพัฒนามาตรฐานและความปลอดภัยของผู้บริโภคในชุมชนท้องถิ่น


