
อินเดียนาประกาศแนวทางปรับกฎหมายกัญชา หลังรีสเคจูลใหม่จากรัฐบาลกลาง
อินเดียนาเผชิญแรงกดดันปรับกฎหมายกัญชา หลังรัฐบาลกลางสหรัฐฯ รีสเคจูลใหม่ เพิ่มโอกาสทำธุรกิจกัญชาอย่างปลอดภัยและถูกกฎหมาย
Key Points
- 1อินเดียนาปรับสถานะกัญชาทางการแพทย์ในระดับรัฐบาลกลาง ส่งผลให้มีแนวโน้มปรับกฎหมายในรัฐ
- 2รอบข้างรัฐอินเดียนามีหลายรัฐที่อนุญาตใช้กัญชาเพื่อการแพทย์และสันทนาการ
- 3ประชาชนในรัฐหลายล้านคนสามารถเข้าถึงกัญชาได้ง่ายแม้ยังไม่มีการอนุญาต
- 4การปรับกฎหมายอาจสร้างรายได้ภาษีสูงถึง 180 ล้านดอลลาร์ต่อปี
- 5กฎหมายใหม่จะยังคงเน้นการบังคับใช้เพื่อความปลอดภัย เช่น ห้ามขับขี่ภายใต้อิทธิพลกัญชา
ผู้ว่าการรัฐอินเดียนา นายไมค์ บราวน์ เปิดเผยถึงความเป็นไปได้ในการปรับกฎหมายกัญชา หลังจากที่รัฐบาลกลางสหรัฐฯ ได้เปลี่ยนสถานะกัญชาทางการแพทย์ให้เป็นสารเสพติดที่มีข้อจำกัดน้อยลง โดยระบุว่า "การเคลื่อนไหวของรัฐบาลกลางนั้นทำให้การปรับกฎหมายในรัฐมีความเป็นไปได้มากขึ้น"
รัฐอินเดียนาซึ่งยังไม่อนุญาตใช้กัญชาในทางการแพทย์หรือสันทนาการ มีรัฐเพื่อนบ้านอย่างอิลลินอยส์ มิชิแกน และโอไฮโอที่อนุญาตใช้กัญชาเพื่อสันทนาการ ในขณะที่รัฐเคนทักกี้อนุญาตใช้เพื่อการแพทย์ ส่งผลให้เกิดแรงกดดันต่อการพิจารณากฎหมายในรัฐอินเดียนาโดยเฉพาะเรื่องการบังคับใช้และการควบคุมข้ามพรมแดน
งานวิจัยที่จัดทำโดย RAND และได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิริชาร์ด เอ็ม. แฟร์แบงก์ส พบว่าประชาชนในรัฐอินเดียนาสามารถเข้าถึงกัญชาได้ง่าย แม้จะไม่มีการอนุญาตทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ และแนะนำว่ารัฐควรพิจารณาทางเลือกต่างๆ ตั้งแต่การคงสถานะห้ามใช้ ไปจนถึงการอนุญาตใช้เพื่อการแพทย์หรือสันทนาการ พร้อมทั้งสร้างกรอบกฎหมายและระบบใบอนุญาตที่ชัดเจน
นักวิจัยประเมินว่าหากรัฐอินเดียนาเลือกเปิดเสรีกัญชา อาจสร้างรายได้ภาษีได้สูงถึง 180 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีภายใน 5 ปี พร้อมทั้งระบุว่าการบังคับใช้กฎหมายยังคงจำเป็น เช่น การห้ามขับขี่ยานพาหนะภายใต้อิทธิพลของกัญชาและการจำกัดอายุผู้ซื้อ
สำหรับผู้ประกอบการในพื้นที่ เช่น OG Lab บนเกาะสมุย ที่ดำเนินธุรกิจฟาร์มและร้านจำหน่ายกัญชาที่ได้รับอนุญาต การปรับเปลี่ยนกฎหมายในรัฐต่างประเทศถือเป็นสัญญาณที่ควรติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อเตรียมความพร้อมด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบและโอกาสทางธุรกิจ


