
รายงานรัฐสภาสหรัฐเผยข้อจำกัดการปรับระดับกัญชาในกฎหมายกลาง
รายงานจากรัฐสภาสหรัฐฯ ระบุว่าการปรับระดับกัญชาไม่ทำให้อุตสาหกรรมกัญชาถูกกฎหมายในรัฐสอดคล้องกับกฎหมายกลางทันที แต่เปิดทางให้ผู้ใช้ทางการแพทย์ถือครองได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งยา
Key Points
- 1การปรับระดับกัญชาจากสารเสพติดประเภท 1 เป็น 3 ไม่ได้ทำให้อุตสาหกรรมกัญชาถูกกฎหมายในรัฐสอดคล้องกับกฎหมายกลางทันที
- 2รัฐไอดาโฮรวบรวมลายเซ็นเกินกว่าที่กำหนดเพื่อเสนอร่างกฎหมายกัญชาทางการแพทย์
- 3รัฐลุยเซียน่ามีกฎหมายเพิ่มโทษสำหรับการสูบกัญชาใกล้สถานศึกษา
- 4หลายรัฐมีการออกกฎระเบียบและแจ้งเตือนเกี่ยวกับความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์กัญชา
- 5ผู้ประกอบการไทยควรติดตามกฎหมายทั้งในและต่างประเทศเพื่อเตรียมความพร้อมและโอกาสทางธุรกิจ
รายงานจาก Congressional Research Service ของสหรัฐฯ ได้ชี้แจงว่าการปรับระดับกัญชาจากสารเสพติดประเภท 1 เป็นประเภท 3 ไม่ได้หมายความว่าอุตสาหกรรมกัญชาที่ถูกกฎหมายในระดับรัฐจะสอดคล้องกับกฎหมายกลางทันที แต่การปรับระดับดังกล่าวเปิดโอกาสให้ผู้ใช้กัญชาทางการแพทย์สามารถครอบครองได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งยาตามกฎหมายสารควบคุมยา (Controlled Substances Act)
ในระดับรัฐต่างๆ มีการเคลื่อนไหวทางกฎหมายที่หลากหลาย เช่น รัฐไอดาโฮที่มีการรวบรวมลายเซ็นเพื่อเสนอร่างกฎหมายกัญชาทางการแพทย์เข้าสู่การลงประชามติ ขณะเดียวกันรัฐลุยเซียน่ามีกฎหมายที่เพิ่มโทษสำหรับการสูบกัญชาภายในระยะ 2,000 ฟุตจากสถานศึกษาทุกระดับ รวมถึงมหาวิทยาลัย
นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบและปรับปรุงกฎระเบียบเกี่ยวกับกัญชาในหลายรัฐ เช่น การแจ้งเตือนด้านสุขภาพเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์กัญชาที่เกินมาตรฐานของโคโลราโด และการพิจารณาเรื่องกัญชาทางการแพทย์ในรัฐแมริแลนด์ที่สอดคล้องกับการปรับระดับกัญชาในระดับกลาง
สำหรับผู้ประกอบการไทยที่สนใจธุรกิจกัญชาทางการแพทย์และกัญชาเชิงพาณิชย์ ควรติดตามและทำความเข้าใจกฎระเบียบทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายและโอกาสทางธุรกิจที่อาจเกิดขึ้น OG Lab ในฐานะฟาร์มและร้านจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตบนเกาะสมุย เป็นตัวอย่างของธุรกิจที่ดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบและปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด


