
ส.ส.ฝ่ายค้าน ปิยรัฐ ถูกตัดสินจำคุกคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพที่เกาะสมุย
ส.ส.ฝ่ายค้าน ปิยรัฐ ถูกตัดสินจำคุก 3 ปีในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเกี่ยวกับป้ายต่อต้านรัฐบาลและโพสต์ในโซเชียลมีเดีย
Key Points
- 1ปิยรัฐถูกตัดสินจำคุก 3 ปีโดยไม่รอลงอาญาโดยศาลอุทธรณ์ภาค 4
- 2ข้อกล่าวหาเกี่ยวข้องกับป้ายต่อต้านการผูกขาดจัดซื้อวัคซีนในกาฬสินธุ์ปี 2564
- 3ศาลชั้นต้นยกฟ้องเนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอแต่ศาลอุทธรณ์กลับคำตัดสิน
- 4ปิยรัฐเปลี่ยนบทบาทจากผู้ประท้วงสู่การเมืองกับพรรคประชาชนหลังพรรคก้าวไกลถูกยุบ
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 เพิ่งตัดสินจำคุก ปิยรัฐ "โตโต้" จงเทพ ส.ส.ฝ่ายค้าน พรรคประชาชน เป็นเวลา 3 ปีโดยไม่รอลงอาญาในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ คดีนี้มีต้นเหตุจากข้อกล่าวหาว่าปิยรัฐและผู้เกี่ยวข้องได้แสดงป้ายวิพากษ์วิจารณ์การผูกขาดจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 ของรัฐบาลในจังหวัดกาฬสินธุ์เมื่อช่วงต้นปี 2564 และต่อมาได้แชร์ภาพผ่านโซเชียลมีเดีย แม้ศาลชั้นต้นจะยกฟ้องเนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ แต่ศาลอุทธรณ์กลับคำตัดสิน ส่งผลให้มีการตัดสินจำคุกในครั้งนี้
ปิยรัฐซึ่งเคยถูกควบคุมตัวและติดตามด้วยกำไลอิเล็กทรอนิกส์ กำลังยื่นขอประกันตัวและปล่อยชั่วคราว ข้อกล่าวหายังเกี่ยวข้องกับการใช้รถยนต์ของเขาและมารดาในการขนส่งป้ายดังกล่าว ก่อนหน้านี้ ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ไม่พบหลักฐานชัดเจนที่ระบุตัวปิยรัฐในที่เกิดเหตุหรือพิสูจน์ว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการโพสต์ข้อความทางออนไลน์ เนื่องจากเขาอยู่ในระหว่างถูกควบคุมตัวในขณะนั้น
ตั้งแต่ปี 2566 ปิยรัฐได้เปลี่ยนบทบาทจากนักเคลื่อนไหวประท้วงสู่การเมืองอย่างเป็นทางการ โดยได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในกรุงเทพฯ ในนามพรรคก้าวไกล ซึ่งต่อมาได้ถูกยุบและเปลี่ยนชื่อเป็นพรรคประชาชน การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนถึงพลวัตทางการเมืองที่ส่งผลต่อการอภิปรายทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ รวมถึงการถกเถียงเกี่ยวกับกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและผลกระทบของกฎหมายดังกล่าว
สำหรับผู้ที่อาศัยหรือเยี่ยมชมเกาะสมุย เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่ากระแสการเมืองสามารถส่งผลกระทบแม้ในชีวิตบนเกาะ ส่งผลต่อการสนทนาและความตระหนักรู้ของชุมชน OG Lab เห็นว่าการเข้าใจเหตุการณ์ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติช่วยให้ผู้อยู่อาศัยได้รับข้อมูลและมีส่วนร่วมกับบริบทของประเทศไทยโดยรวม


