
สหรัฐฯ ปรับระดับกัญชาทางการแพทย์ในกฎหมายกลางครั้งแรกในรอบ 50 ปี
สหรัฐฯ ปรับระดับกัญชาทางการแพทย์ในกฎหมายกลางครั้งแรกในรอบ 50 ปี แต่ยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
Key Points
- 1รัฐบาลกลางสหรัฐฯ ปรับระดับกัญชาทางการแพทย์ใน Controlled Substances Act เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 50 ปี
- 2การเปลี่ยนแปลงนี้ยอมรับแพทย์และผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตจากรัฐ
- 3ยังไม่ครอบคลุมรัฐที่ไม่มีการอนุญาตใช้กัญชาทางการแพทย์และธุรกิจกัญชาสันทนาการ
- 4รายงานกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐฯ ระบุว่าไม่มีความเสี่ยงความปลอดภัยสูงของการใช้กัญชาทางการแพทย์
- 5มีข้อเรียกร้องให้ถอดกัญชาออกจากกฎหมายสารเสพติดเพื่อแก้ไขความขัดแย้งระหว่างกฎหมายรัฐและกลาง
การประกาศของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปรับระดับกัญชาทางการแพทย์ในกฎหมายสารเสพติดควบคุม (Controlled Substances Act) ถือเป็นก้าวสำคัญครั้งแรกในรอบกว่า 50 ปีที่ยอมรับประโยชน์ทางการแพทย์ของกัญชาอย่างเป็นทางการ โดยยอมรับแพทย์และผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตจากรัฐในฐานะถูกกฎหมายตามหลักการแพทย์สมัยใหม่
ก่อนหน้านี้รัฐบาลกลางยึดมั่นในทัศนะที่ไม่สอดคล้องกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ โดยจัดกัญชาอยู่ในกลุ่มสารเสพติดระดับสูงเทียบเท่ากับเฮโรอีน แม้จะมีการใช้และอนุญาตในระดับรัฐอย่างแพร่หลายกว่า 40 รัฐแล้วก็ตาม
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ยังไม่ครอบคลุมถึงรัฐที่ยังไม่มีกฎหมายรองรับกัญชาทางการแพทย์ รวมถึงผู้ใช้และธุรกิจในรัฐที่อนุญาตกัญชาเพื่อสันทนาการ ทำให้ยังมีความขัดแย้งระหว่างกฎหมายรัฐและกฎหมายกลางอยู่
จากรายงานของกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐฯ พบว่ามีผู้ป่วยกว่า 6 ล้านคนที่ใช้กัญชาทางการแพทย์ภายใต้การดูแลของแพทย์ และ "ไม่มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่น่ากังวล" สำหรับการใช้ในโรคที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ เช่น การบรรเทาอาการปวดเรื้อรัง
Paul Armentano รองผู้อำนวยการ NORML กล่าวถึงก้าวนี้ว่าเป็น "ขั้นตอนที่ก้าวหน้า" แต่ยังไม่เพียงพอในการแก้ไขความขัดแย้งระหว่างกฎหมายรัฐและกลางและเรียกร้องให้กัญชาถูกถอดออกจากกฎหมายสารเสพติดโดยสิ้นเชิงเพื่อความชัดเจนและเสรีภาพของประชาชนในอนาคต


