
Target ขยายจำหน่ายเครื่องดื่มกัญชง THC กว่า 300 สาขาก่อนกฎหมายใหม่บังคับใช้
Target ขยายตลาดเครื่องดื่มกัญชง THC ก่อนมีผลบังคับใช้กฎหมายใหม่ สะท้อนโอกาสและความท้าทายธุรกิจในวงการกัญชา
Key Points
- 1Target ขยายโปรแกรมเครื่องดื่มกัญชง THC กว่า 300 สาขาในสหรัฐฯ
- 2กฎหมายใหม่จำกัด THC ในน้ำกัญชงไม่เกิน 0.4 มิลลิกรัมต่อภาชนะ เริ่ม 13 พ.ย. 2569
- 3Target วางแผนลดราคาสินค้าคงเหลือหากกฎหมายบังคับใช้จริง
- 4ความแตกต่างทางภาษีระหว่างร้านค้าปลีกทั่วไปกับร้านกัญชาที่ได้รับอนุญาตสูงถึง 60-80%
- 5ตลาดเครื่องดื่มกัญชง THC มีแนวโน้มเติบโตและมีโอกาสทางธุรกิจสูง
Target กำลังขยายโปรแกรมเครื่องดื่มกัญชงที่มีส่วนผสมของ THC ไปยังร้านค้ากว่า 300 แห่งในรัฐฟลอริดา เท็กซัส และอิลลินอยส์ ซึ่งเป็นการขยายตัวอย่างรวดเร็วก่อนที่กฎหมายใหม่จะบังคับใช้ในอีก 6 เดือนข้างหน้า โดยกฎหมายดังกล่าวจะจำกัดปริมาณ THC ในน้ำกัญชงไม่เกิน 0.4 มิลลิกรัมต่อภาชนะ ทำให้สินค้าส่วนใหญ่ที่ Target จำหน่ายในขณะนี้อาจไม่ผ่านมาตรฐานนี้ในอนาคต
การตัดสินใจของ Target สะท้อนถึงการวางแผนที่ลึกซึ้งและการวิเคราะห์ผลตอบแทนทางธุรกิจอย่างรอบคอบ โดยแม้จะมีความเสี่ยงที่จะต้องตัดยอดสินค้าคงเหลือในเดือนตุลาคม หากกฎหมายไม่เปลี่ยนแปลง แต่ Target เห็นว่าผลกำไรจากยอดขายในช่วงเวลานี้และการสร้างฐานลูกค้าใหม่มีความคุ้มค่ามากกว่า ขณะที่ตลาดเครื่องดื่มกัญชง THC กำลังเติบโตและมีผู้เล่นรายใหญ่รายอื่นเริ่มเข้ามาร่วมแข่งขันเช่นกัน
สิ่งที่น่าสนใจคือ Target สามารถขายเครื่องดื่ม THC ในรูปแบบที่เสียภาษีปกติ 21% ขณะที่ผู้ประกอบการร้านขายกัญชาที่ได้รับอนุญาตต้องเผชิญกับภาษีที่สูงถึง 60-80% ตามมาตรา 280E ของกรมสรรพากรสหรัฐฯ ซึ่งทำให้ต้นทุนการแข่งขันของผู้ประกอบการรายเล็กสูงขึ้นมาก ทั้งที่ผลิตภัณฑ์มีสารออกฤทธิ์และประสบการณ์ผู้บริโภคใกล้เคียงกัน
สำหรับผู้ประกอบการไทยในวงการกัญชงและกัญชา การติดตามนโยบายและแนวโน้มตลาดระดับโลกเป็นสิ่งสำคัญ OG Lab ในฐานะฟาร์มและร้านจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตบนเกาะสมุย แนะนำให้เตรียมความพร้อมทั้งด้านการขอใบอนุญาต การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง และการวางแผนการตลาดเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมายและความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น


