
เทคโนโลยี AI ช่วยคัดกรองวัณโรคแฝงในชุมชนภาคอีสานเร็วขึ้น
หน่วยงานสาธารณสุขและนักวิจัยร่วมพัฒนาเทคโนโลยี AI ช่วยคัดกรองวัณโรคแฝงในชุมชนภาคอีสานอย่างรวดเร็วและแม่นยำขึ้น
Key Points
- 1วัณโรคแฝงยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขในภาคอีสานที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด
- 2เทคโนโลยี SERS-TB ใช้ AI และเครื่องมือพกพาเพื่อตรวจเลือดหาเชื้อวัณโรคแฝงในเวลาสั้น
- 3ระบบนี้ช่วยลดภาระงานเจ้าหน้าที่และเพิ่มความสะดวกในการคัดกรองในพื้นที่ห่างไกล
- 4การสาธิตเทคโนโลยีที่โรงพยาบาลร้อยเอ็ดช่วยปรับปรุงการใช้งานจริงในชุมชน
- 5OG Lab บนเกาะสมุยสนับสนุนการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้เพื่อส่งเสริมสุขภาพชุมชน
ในชุมชนภาคอีสาน วัณโรคแฝงยังเป็นปัญหาสาธารณสุขที่ท้าทาย เนื่องจากผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ไม่มีอาการชัดเจน ทำให้การตรวจคัดกรองทำได้ยาก ล่าสุดหน่วยงานสาธารณสุขร่วมกับนักวิจัยเปิดตัวระบบคัดกรองวัณโรคแฝงด้วยเทคโนโลยี AI ชื่อว่า 'SERS-TB' ที่ช่วยให้ตรวจหาเชื้อได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้นในพื้นที่ห่างไกล
ระบบ SERS-TB ผสานเทคโนโลยี Surface-Enhanced Raman Spectroscopy (SERS) กับเครื่องมือพกพาและซอฟต์แวร์ AI เพื่อวิเคราะห์ตัวอย่างเลือดจากผู้ป่วยในชุมชน เพียงใช้เวลาตรวจไม่กี่นาทีเทียบกับวิธีเดิมที่ใช้เวลาหลายวัน ช่วยให้บุคลากรสาธารณสุขลดภาระงานและเพิ่มโอกาสเข้าถึงการตรวจคัดกรองในพื้นที่ห่างไกลได้มากขึ้น
นพดล นันทวงศ์ นักวิจัยจากเนคเทคกล่าวว่า "ระบบนี้ถูกออกแบบให้ใช้งานง่ายในสถานพยาบาลชุมชน เพื่อช่วยลดภาระงานของเจ้าหน้าที่และเพิ่มประสิทธิภาพการคัดกรองวัณโรค" ด้าน รศ. ดร. วิภา รีชัยพิชิตกุล จากคณะแพทยศาสตร์ มข. กล่าวว่าโครงการนี้จะช่วยให้การตรวจวัณโรคในพื้นที่ห่างไกลรวดเร็วและสะดวกยิ่งขึ้น
โรงพยาบาลร้อยเอ็ดได้จัดการสาธิตระบบในพื้นที่จริง ระหว่างวันที่ 24-26 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อปรับปรุงระบบให้เหมาะสมกับการใช้งานจริงในโรงพยาบาล โดยนพ. ณรงค์ชัย สังขะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลร้อยเอ็ดระบุว่าการทดสอบครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาการตรวจวัณโรคแฝงในชุมชน
ในฐานะฟาร์มและร้านจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตบนเกาะสมุย OG Lab ให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมสุขภาพชุมชน และติดตามความก้าวหน้าของนวัตกรรมทางการแพทย์อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือและสนับสนุนการพัฒนาสุขภาพของผู้คนในพื้นที่อย่างยั่งยืน


