
ไทยเข้มงวดกฎเข้าประเทศเน้นความมั่นคงและการละเมิดตรวจคนเข้าเมือง
ไทยเข้มงวดการควบคุมตรวจคนเข้าเมืองในปี 2569 ปฏิเสธการเข้าประเทศหลายพันคนและเพิ่มการบังคับใช้ในพื้นที่ท่องเที่ยวรวมถึงเกาะสมุย
Key Points
- 1ปฏิเสธการเข้าประเทศชาวต่างชาติเกือบ 25,000 คนตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 เนื่องจากความกังวลด้านความมั่นคง
- 2รายงานเนรเทศกว่า 600 คนและควบคุมตัวกว่า 14,000 คนจากการละเมิดตรวจคนเข้าเมือง
- 3เน้นการบังคับใช้ในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ พัทยา ภูเก็ต เกาะสมุย เกาะพะงัน และเชียงใหม่
- 4ยุทธศาสตร์ใหม่เรียกว่า “สามไม่”: ไม่ให้เข้าประเทศ ไม่ให้พักอาศัย และไม่ให้หลบหนี เพื่อเพิ่มความมั่นคง
ตั้งแต่ต้นปี 2569 กรมตรวจคนเข้าเมืองของไทยได้ปฏิเสธการเข้าประเทศแก่ชาวต่างชาติประมาณ 25,000 คนที่สงสัยว่าทำงานผิดกฎหมาย มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกง หรือกิจกรรมที่อาจเป็นภัยต่อความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยของสาธารณะ การควบคุมเข้มงวดนี้สะท้อนถึงยุทธศาสตร์ใหม่ของรัฐบาลในการรักษาความมั่นคงและบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมือง
เจ้าหน้าที่ยังได้เนรเทศชาวต่างชาติกว่า 600 คนและควบคุมตัวมากกว่า 14,000 คนในช่วงไม่กี่เดือนแรกของปีเนื่องจากการละเมิดกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจได้เพิ่มการตรวจสอบและการบุกค้นโดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม เช่น พัทยา ภูเก็ต เกาะสมุย เกาะพะงัน และเชียงใหม่ เพื่อให้การเฝ้าระวังผู้ที่อาจก่อความเสี่ยงใกล้ชิดมากขึ้น
แนวทางของรัฐบาลสรุปเป็น "สามไม่": ไม่ให้เข้าประเทศกับบุคคลต้องสงสัย ไม่ให้พักอาศัยโดยการยกเลิกวีซ่าของผู้ละเมิด และไม่ให้หลบหนีโดยการติดตามจับกุมผู้ที่หลบเลี่ยงเจ้าหน้าที่ นโยบายนี้มุ่งปกป้องทั้งชุมชนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นบนเกาะและทั่วประเทศไทย
สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวบนเกาะสมุย มาตรการเหล่านี้หมายถึงบรรยากาศที่ปลอดภัยมากขึ้น แม้ว่าจะควรติดตามกฎระเบียบวีซ่าและเอกสารการเดินทางอย่างใกล้ชิด OG Lab ชี้ว่าแม้มาตรการเหล่านี้จะเน้นความมั่นคง แต่เสน่ห์แบบสบาย ๆ และความงดงามตามธรรมชาติของเกาะยังคงต้อนรับนักเดินทางและชาวท้องถิ่นที่มีความรับผิดชอบอย่างอบอุ่น


