
Wiz Khalifa และ Duki แชร์ช่วงเวลาที่น่าจดจำในเทศกาลดนตรีเปอร์โตริโก
Wiz Khalifa และ Duki แชร์ช่วงเวลาที่น่าจดจำในเทศกาล Sauce Boyz Fest ที่เปอร์โตริโก โดยเน้นการข้ามวัฒนธรรมระหว่างฮิปฮอปและดนตรีลาติน
Key Points
- 1Wiz Khalifa และ Duki แชร์บุหรี่ที่ Sauce Boyz Fest ในเปอร์โตริโก
- 2การพบกันนี้เป็นการข้ามวัฒนธรรมระหว่างฮิปฮอปและดนตรีลาติน
- 3Wiz Khalifa ชื่นชมอิทธิพลทางวัฒนธรรมของฉากดนตรีลาติน
- 4ภาพถ่ายของศิลปินกลายเป็นไวรัล โดยจับช่วงเวลาที่น่าจดจำ
- 5แบรนด์กัญชาของ Wiz Khalifa, Khalifa Kush กำลังขยายตัวในระดับนานาชาติ
ในงาน Sauce Boyz Fest ที่เปอร์โตริโก ความฝันของ Duki ศิลปินแร็ปชั้นนำจากอาร์เจนตินาเป็นจริงเมื่อเขาได้แชร์บุหรี่กับไอคอนฮิปฮอปชาวอเมริกัน Wiz Khalifa การพบกันที่น่าจดจำนี้เกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่มีชีวิตชีวาของงานดนตรีเมืองลาตินขนาดใหญ่ที่จัดโดย Eladio Carrión ความตื่นเต้นของ Duki สัมผัสได้ชัดเจนเมื่อเขาทวีตเกี่ยวกับประสบการณ์นี้ โดยเน้นว่าเป็นหนึ่งในความฝันที่เขาตั้งไว้ ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างรวดเร็วจากแฟนๆ
Wiz Khalifa ซึ่งมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับวัฒนธรรมกัญชา ก็รู้สึกประทับใจกับฉากดนตรีลาตินเช่นกัน เมื่อสะท้อนถึงเทศกาล เขาได้กล่าวถึงความสำคัญทางวัฒนธรรมและอิทธิพลของศิลปินในภูมิภาคนี้ "พวกเขาทำได้ดีมากที่นั่น" Wiz แสดงความคิดเห็น โดยชื่นชมการต้อนรับและบรรยากาศที่มีชีวิตชีวา การมีปฏิสัมพันธ์กับ Duki ไม่ได้เป็นเพียงการพบปะกันแบบธรรมดา แต่เป็นการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่เน้นถึงอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของดนตรีลาตินทั่วโลก
ภาพถ่ายของ Wiz และ Duki ด้วยกัน มักมีคำบรรยายว่า "Wake Up & Bake Up" ได้กลายเป็นไวรัล ซึ่งเน้นถึงการข้ามวัฒนธรรมระหว่างศิลปินทั้งสอง Wiz มีความชื่นชมต่อฉากดนตรีลาตินอเมริกาที่มากกว่าการแสดงสด เนื่องจากเขามีส่วนร่วมกับศิลปินและแฟนๆ ทั่วทั้งทวีป แบรนด์กัญชาของเขา Khalifa Kush ก็กำลังขยายตัวในตลาดต่างประเทศ โดย Wiz แสดงความสนใจอย่างมากในการกลับไปยังสถานที่ต่างๆ เช่น บราซิลและเปอร์โตริโก
แม้ว่าอาร์เจนตินาจะมีกฎหมายกัญชาที่เข้มงวด แต่ความชื่นชมของ Wiz Khalifa ต่อแฟนๆ ที่นั่นยังคงแข็งแกร่ง เขาได้ยอมรับถึงความท้าทายในการเข้าถึงกัญชาในประเทศ แต่ก็ชื่นชมความมุ่งมั่นของผู้ที่ทำได้ สำหรับ Duki การพบกันครั้งนี้เป็นมากกว่าความสำเร็จส่วนตัว มันเป็นการพิสูจน์ถึงพลังในการรวมตัวของดนตรีและวัฒนธรรมกัญชา งานนี้ไม่เพียงแต่เสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างศิลปิน แต่ยังเน้นบทบาทของกัญชาในฐานะสะพานเชื่อมระหว่างวัฒนธรรม