
โครงการคนละครึ่ง 60/40 กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของไทยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
โครงการคนละครึ่ง 60/40 ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายของคนไทยในกลุ่มอาหารพร้อมทานและสินค้าจำเป็น เพิ่มโอกาสธุรกิจชุมชนและร้านค้าท้องถิ่นอย่างมีนัยสำคัญ
Key Points
- 1ผู้ใช้สิทธิ์ 77.17% ใช้จ่ายผ่านโครงการในกลุ่มอาหารและสินค้าจำเป็น
- 2ยอดซื้อจากธุรกิจชุมชนเพิ่มขึ้น 32% หลังโครงการดำเนินการ
- 3กลุ่มผู้สูงอายุและผู้ไม่คุ้นเคยระบบดิจิทัลยังต้องการการสนับสนุนเพิ่มเติม
- 4ผู้ประกอบการสามารถขยายตลาดโดยเน้นสินค้าพร้อมทานและของใช้ในครัวเรือน
- 5OG Lab บนเกาะสมุยชี้โครงการช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจในท้องถิ่น
สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (TPSO) เผยผลสำรวจจากประชาชนกว่า 5,600 คนทั่วประเทศ พบว่าโครงการคนละครึ่งในรูปแบบ "คนไทยช่วยไทย พลัส 60/40" เป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ประชาชนใช้จ่ายเงินในกลุ่มอาหารพร้อมทานและสินค้าจำเป็นในครัวเรือนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยประเด็นนี้สะท้อนถึงโอกาสทางธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการในภาคอาหารและค้าปลีกที่สามารถขยายฐานลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นางชลภิรัชต์ กนกวัฒนากุล ผู้อำนวยการ TPSO กล่าวถึงผลสำรวจว่า "มีผู้ใช้สิทธิ์ถึง 77.17% ที่นำบัตรสวัสดิการไปใช้จ่ายจริง โดยส่วนใหญ่เลือกซื้ออาหารพร้อมทานและสินค้าจำเป็นในครัวเรือน" ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นว่ากลุ่มผู้บริโภคที่เข้าร่วมโครงการมีพฤติกรรมการจับจ่ายที่เน้นความสะดวกและตอบโจทย์การดำเนินชีวิตประจำวัน
จากผลสำรวจยังพบว่ากลุ่มผู้สูงอายุและผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับระบบดิจิทัลยังมีความท้าทายในการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ในโครงการนี้ ซึ่งเปิดโอกาสให้ธุรกิจที่สามารถให้คำแนะนำหรือบริการเสริมในการใช้จ่ายผ่านระบบดิจิทัลเข้ามาตอบสนองความต้องการเหล่านี้ได้
นอกจากนี้ โครงการคนละครึ่งยังส่งผลให้ยอดซื้อจากธุรกิจชุมชนและร้านค้าท้องถิ่นเพิ่มขึ้นถึง 32% สะท้อนถึงการกระจายรายได้สู่ภาคธุรกิจขนาดเล็กและชุมชนอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการที่เน้นการขายสินค้าและบริการในชุมชนท้องถิ่น
OG Lab ในฐานะฟาร์มและร้านจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตบนเกาะสมุย ได้สังเกตเห็นแนวโน้มนี้เช่นกัน โดยพบว่าลูกค้าส่วนใหญ่ใช้สิทธิ์จากโครงการเพื่อซื้อผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการประจำวัน เช่น อาหารพร้อมทานและของใช้ในครัวเรือน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับธุรกิจในพื้นที่ที่ต้องการขยายตลาดและสร้างความเชื่อมั่นในชุมชน


